กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต  ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม  *สำนักงานเทศบาลเมืองพะเยายินดีต้อนรับทุกท่าน*


แผนที่จังหวัดพะเยา

แผนที่จังหวัดพะเยา

แผนที่ตัวเมือง

แผนที่ตัวเมือ

ค้นหา

เว็บไซต์แนะนำ

วิวพะเยาเพื่อคนพะเยา...

ประวัติจังหวัดพะเยา

พะเยาเป็นเมืองประวัติศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า "เมืองภูกามยาว หรือ พยาว" เคยมีเอกราชสมบูรณ์มีกษัตริย์ปกครองสืบราชสันตติวงศ์มาปรากฎตามตำนานเมืองพะเยา ดังนี้
พุทธศักราช ๑๖๐๒ (จุลศักราช ๔๒๑) พ่อขุนเงิน หรือลาวเงิน กษัตริย์ผู้ครองนครเงินยาง เชียงแสนได้ให้ขุนจอมธรรม โอรสองค์ที่ ๒ ให้ปกครองเมืองภูกามยาว ซึ่งเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้
ขุนจอมธรรมครองเมืองภูกามยาวได้ ๒๔ ปี ก็สิ้นพระชนม์ ขุนเจื่องโอรส ได้ขึ้นครองราชย์แทน ในขณะ ครองเมือง ได้รวบรวมลี้พลไปช่วยเมืองนครเงินยาง ของขุนชินผู้เป็นลุง จนรอดพ้นจากการรุกรานของแกวหรือ ญวนได้สำเร็จ ขุนชินทรงโสมนัสยิ่งนัก จึงยกธิดาชื่อ พระนางอั๊วคำสอน ให้ และสละราชสมบัติให้แก่ขุนเจื่อง เมื่อขุนเจื่องได้ครองเมืองเงินยางแล้ว จึงให้โอรสชื่อว่า "ลาวเงินเรือง" ขึ้นครองเมืองพะเยาแทน
ท้าวลาวเงินเรือง ครองเมืองพะเยาได้ ๑๗ ปี ก็สิ้นพระชนม์ ขุนแดงโอรสครองราชย์ต่อมาเป็น เวลา๗ ปี ขุนชอง ซึ่งเป็นน้าก็แย่งราชสมบัติ และได้ครองเมืองพะเยาประมาณ ๒๐ ปี และมีผู้ครองราชย์สืบต่อมาจนถึงพระยางำเมืองกษัตริย์เมืองพะเยาองค์ที่ ๙ ซึ่งเป็นราชบุตรของพ่อขุนมิ่งเมือง เมื่อพระชนมายุได้ ๑๖ ชันษา พระบิดาส่งไปศึกษาที่สำนักสุกันตฤาษี เมืองลพบุรี จึงได้รู้จักกับพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย โดยได้ศึกษาศิลปศาสตร์จากอาจารย์เดียวกัน และทรงเป็นสหายกันตั้งแต่นั้นมา เมื่อเรียนจบก็เสด็จกลับเมืองพะเยา ปีพุทธศักราช ๑๓๑๐ พ่อขุนมิ่งเมืองพระราชบิดาสิ้นพระชนม์ จึงได้ขึ้นครองราชย์แทน ต่อมาพ่อขุนเม็งรายได้ยกทัพมาประชิดเมืองพะเยา พ่อขุนงำเมืองสั่งให้ไพร่พลอยู่ในความสงบและได้ให้เสนาอำมาตย์ออกต้อนรับโดยดี พระองค์ได้ยกเมืองชายแดนบางเมืองให้แก่พ่อขุนเม็งรายเพื่อเป็นการสงบศึก และทั้งสองพระองค์ยังได้ทำสัญญาเป็นมิตรต่อกันตลอดไป
พระยาร่วง ซึ่งเป็นสหายสนิทได้เสด็จมาเยี่ยมเยือนพ่อขุนงำเมืองเป็นประจำทุกปี และได้มีโอกาสรู้จัก
พ่อขุนเม็งราย ทั้งสามพระองค์ทรงเป็นพระสหายสนิทกันมาก ถึงกับได้หันหลังพิงกัน พร้อมกับทำสัจจปฏิญาณ
แก่กัน ณ ริมฝั่งแม่น้ำกู (แม่น้ำอิง) ว่าจะไม่ผูกเวรแก่กัน จะเป็นมิตรสหายที่ดีต่อกันและได้กรีดโลหิตออกรวมกัน ในขันผสมน้ำดื่มพร้อมกัน
เมื่อปีพุทธศักราช ๑๘๑๖ พ่อขุนงำเมืองสิ้นพระชนม์ลง ขุนคำแดงและขุนคำลือได้สืบราชสมบัติต่อมาตามลำดับ ในสมัยขุนคำลือนี้เองที่เมืองพะเยาต้องเสียเอกราชไป พระยาคำฟู แห่งนครชัยบุรีศรีเชียงแสน ได้ร่วมกับ
พระยากาวเมืองน่าน ยกทัพมาตีเมืองพะเยา พระยาคำฟูตีเมืองพะเยาได้ก่อน และได้เกิดขัดใจกับพระยากาว ทำให้ เกิดการสู้รบ พระยาคำฟูเสียทีจึงยกทัพกลับเชียงแสน เมืองพะเยาจึงได้รวมอยู่กับอาณาจักรล้านนา ตั้งแต่นั้นมา
พุทธศักราช ๒๓๘๖ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ให้เมืองพะเยา เป็นเมืองขึ้นของนครลำปาง หลังจากนั้นก็ได้มีผู้ครองเมืองพะเยาต่อมาอีกหลายท่าน จนถึงปีพุทธศักราช ๒๔๕๗ ได้ยุบเลิกตำแหน่งเจ้าผู้ครอง เมือง แล้วใช้ตำแหน่งนายอำเภอแทน พะเยาจึงมีฐานะเป็นอำเภอพะเยาต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ พะเยาจึงได้รับการยกฐานะจากอำเภอพะเยา ขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา นับเป็นจังหวัดที่ ๗๒ ของประเทศไทย

รู้จักกับเมืองพะเยา

ประวัติศาสตร์จังหวัดพะเยา
พระธรรมวิมลโมลี ได้ศึกษาประวัติศาสตร์จังหวัดพะเยาในเรื่องเกี่ยวกับโบราณคดีและศิลปวัฒนธรรมมาเป็นเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้ตั้งหอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้และโบราณวัตถุในท้องที่ที่ท่านได้เก็บสะสมจากแหล่งต่าง ๆ ไว้เป็นจำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองอื่นในล้านนาแล้ว นับได้ว่าจังหวัดพะเยามีหลักฐานพร้อมที่จะศึกษาเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น หลักฐานที่ใช้ศึกษาประวัติศาสตร์จังหวัดพะเยามีโบราณวัตถุประเภทหินทราย ซึ่งใช้สร้างพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปที่ชำรุดแตกหักมากมายอยู่ที่วัดศรีโคมคำและวัดลี ส่วนหลักฐานจากศิลาจารึกในเมืองพะเยาก็มีมากที่สุดในล้านนา ส่วนใหญ่ศิลาจารึกเขียนในสมัยพุทธศตวรรษที่ 20-21 มักมีเนื้อหาเกี่ยวกับการกัลปนาอุทิศตนและวัตถุสิ่งของให้แก่วัด

ตำนานเมืองพะเยาเป็นหลักฐานาคัญที่ใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองพะเยา โดยผู้เขียนมีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอเพื่อสร้างตำนานวีนกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของท้องถิ่น เนื้อหาจึงให้รายละเอียดต่อกษัตริย์สองพระองค์คือ ขุนเจือง และพญางำเมือง และเสนอความยิ่งใหญ่ของเมืองพะเยาเพียงด้านเดียว วัตถุประสงค์ดังกล่าวทำให้ตำนานเมืองพะเยาได้รับการนำเสนอเฉพาะเรื่องที่ดีงามของกษัตริย์ โดยเฉพาะพญางำเมือง ครั้งเมื่อเมืองพะเยาพ่ายแพ้ในสงครามและถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของเชียงใหม่ ตำนานเมืองพะเยาก็ขาดหายไปไม่ถูกกล่าวขาน ตำนานเมืองพะเยาจึงมีลักษณะเป็น “ตำนานหัวโต” คือมีเฉพาะยุคนครรัฐพะเยารุ่งเรืองเท่านั้น การศึกษาประวัติศาสตร์เมืองพะเยา จึงได้อาศัยหลักฐานจากศิลาจารึก และตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งการใช้หลักฐานทางโบราณคดีประกอบ เมืองพะเยาอยู่ในแอ่งเชียงรายตอนใต้ การสร้างบ้านแปลงเมืองในลุ่มน้ำอิงเป็นผลมาจากการขยายตัวของราชวงศ์ลาว หรือละวะจังกะราช ที่แตกตัวออกมาสร้างเมืองใหม่ เมืองพะเยาตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มน้ำอิง ต้นน้ำอิงอยู่ที่ทิวเขาผีปันน้ำกลาง ใกล้กับต้นน้ำแม่วังไหลลงไปทางตอนใต้สู่กว๊านพะเยา แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านอำเภอเทิง ลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของ มีความยาวประมาณ 240 กิโลเมตร บริเวณสองฝั่งแม่น้ำอิงเป็นที่ราบลุ่มลักษณะเป็นแนวยาว ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญคือเมืองพะเยา เมืองเทิง และเมืองเชียงของ ส่วยบริเวณที่ห่างไกลจากน้ำอิงจะมีสภาพกันดารน้ำ

เมืองพะเยาตั้งอยู่บนที่ราบปลายภูเขาที่เรียกในตำนานว่า “ ภูยาว “ ต่อมากลายเป็น “ พะยาว “ และในที่สุดเป็น “ พะเยา “ ภูยาวหรือดอยด้วนเป็นเทือกเขาทอดยาวตามชื่อจากทิศเหนือลงใต้ เริ่มตั้งแต่อำเภอพานต่อเนื่องลงมาถึงใจกลางเมืองพะเยา ที่ตั้งเมืองพะเยามีความอุดมสมบูรร์เฉพาะบริเวณตัวเมืองพะเยา เพราะมีแหล่งน้ำสำคัญสองสายคือ น้ำอิงและน้ำกว๊านพะเยา ซึ่งเป็นบึงขนาดใหญ่ ส่วนพื้นที่ราบบริเวณนี้ค่อนข้างกว้างและต่อเนื่องจากเชียงราย จึงเหมาะกับการตั้งเมือง ตำนานเมืองพะเยาชี้ให้เห็นถึงการเลือกชัยภูมิสร้างเมืองพะเยา เพราะมีชัยมงคล 3 ประการคือ ประการแรกมีแม่น้ำสายตาหรือแม่น้ำอิงอยู่ทางใต้ของเมืองและไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประการที่สองมีกว๊านพะเยา หรือหนองเอี้ยงตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง และประการสุดท้ายคือที่หัวเวียงมีดอยจอมทองที่บรรจุพระธาตุจอมทอง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยา ตำนานดังกล่าวแสดงว่าการสำรวจดูพื้นที่เพื่อเลือกทำเลสร้างเมืองต้องคำนึงถึงแหล่งน้ำและที่ราบเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่ตั้งเมืองพะเยาก็ยังมีข้อจำกัดว่าด้วยสภาพแวดล้อมเป็นทิวเขาสูงอยู่ด้านใต้ของแอ่งเชียงราย มีเพียงด้านเหนือ และด้านตะวันออกเฉียงเหนือที่ติดต่อกับเมืองเชียงรายและเชียงของได้สะดวก ส่วนด้านทิศตะวันตกติดกับภูเขาสูง ส่วนด้านทิศตะวันออกติดต่อกับเมืองน่าน ซึ่งก็เต็มไปด้วยเทือกเขาเช่นกัน จากข้อจำกัดนี้ทำให้เจริญเติบโตอยู่ช่วงหนึ่งเท่านั้น ในที่สุดก็ถูกผนวกเข้ากับอาณาจักรล้านนา

ส่วนการสร้างบ้านเมืองพะเยา เกิดในสมัยพญาลาวเงินแห่งเมืองเงินยาง ได้ส่งราชบุตร ขุนจอมธรรมมาสร้างเมืองพะเยา คาดว่าประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 ตำนานได้กล่าวถึงการเลือกที่ตั้งเวียง จากตำแหน่งที่ระบุไว้ว่า ทิศตะวันตกเป็นที่สูง ทิศตะวันออกลาดต่ำลง มีหนองน้ำอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในตำแหน่งนี้ตรงกับเวียงน้ำเต้า เวียงลูกนี้มีผังเมืองเป็นรูปน้ำเต้า ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ บริเวณโรงเรียนพะเยาพิทยาคมในปัจจุบัน นอกจากนั้น ตำนานเมืองพะเยาได้อ้างิงสภาพก่อนตั้งเมืองพะเยานี้ว่าในบริเวณนี้เคยเป็นเมืองมาก่อน

พระยาประเทศอุดรทิศ
เจ้าเมืองพะเยาคนสุดท้าย

เวียงน้ำเต้าเป็นเวียงลูกแรก ต่อมาชุมชนขยายตัวออกมาด้านริมกว๊านพะเยา เพราะใกล้แหล่งน้ำจึงสร้างเวียงลูกตะวันตก เป็นรูปสี่เหลี่ยมอยู่ติดชายกว๊าน ตำนานพื้นเมืองพะเยากล่าวว่า เวียงลูกตะวันตกสร้างในสมัยพญาสิงหราช โดยเจ้าราชบุตรบุญเมือง เป็นผู้สร้างใน พ.ศ. 1717 เวียงน้ำเต้าและเวียงลูกตะวันตกเป็นเวียงแฝด เพราะอยู่ติดกัน มีถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ผ่านกลาง เวียงทั้งสองถือเป็นเวียงหลักของเมืองพะเยา นอกจากเวียงหลักแล้วเมืองพะเยายังมีบริวาร ซึ่งสร้างขึ้นภายหลังเมืองชุมชนเมืองขยายตัว จึงจำเป็นต้องมีเวียงรายรอบเพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือเวียงหลัก เวยงบริวารได้แก่ เวียงพระธาตุจอมทอง เวียงปู่ล่าม เวียงหนองหวี และเวียงต๋อม ตั้งอยู่บนเนินเขาด้านเหนือของเมือง มีคูเวียงล้อมรอบ ทำหน้าที่เป็นเวียงพระธาตุ ในล้านนาเวียงพระธาตุจะอยู่ใกล้เวียงหลักดังเช่น เวียงพระธาตุสวนดอกอยู่ติดกับเวียงเชียงใหม่ เวียงพระธาตุแช่แห้งอยู่ติดกับเวียงน่าน เป็นต้นเวียงปูล่ามและเวียงหนองหวีเป็นเวียงแฝดมีขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองพะเยา เวียงต๋อมกลางอยู่ทางทิศตะวันตกของกว็านพะเยา

ขุนจอมธรรมปกครองเมืองพะเยาในฐานะนครรัฐอิสระ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเมืองเงินยาง เมืองพะเยาและเมืองเงินยางเป็นเมืองพันธมิตรกัน เมื่อมีศึกสงครามจะช่วยกันปกป้องบ้านเมืองดังที่ตำนานเมืองพะเยากล่าวถึง สมัยขุนเจืองครองเมืองพะเยาได้ไปช่วยเมืองเงินยางปราบแกว หลังจากทำสงครามขับไล่แกวแล้ว ขุนเจืองจึงครองเมืองเงินยาง ลำดับกษัตริย์ราชวงศ์เมืองพะเยาสืบเชื้อสาย ตั้งแต่ขุนจอมธรรมถึงพญาคำลือมี 14 องค์จึงถูกรวมกับอาณาจักรล้านนา อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์เมืองพะเยาเริ่มชัดเจนในสมัยต้นพุทธศตวรรษที่ 19 เมื่อพญางำเมือง ซึ่งเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ได้ครองเมืองพะเยา ส่วนสมัยก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ยังเป็นเรื่องราวในตำนานอย่างมาก เพราะในตำนานกล่าวย้อนไปไกลถึงพุทธศตวรรษที่ 17 ในขณะที่หลักทางประวัติศาสตร์ศิลปะในเมืองพะเยา ประเภทพุทธรูปมีอายุไม่น่าจะเก่าแก่กว่าปลายพุทธศตวรรษที่ 18 และหลักฐานทางโบราณคดีและศิลปะส่วนใหญ่จะมีอายุในพุทธศตวรรษที่ 20-21 เท่านั้น

พญางำเมืองกษัตริย์ ลำดับที่ 9 ของราชวงศ์ ระสูติ พ.ศ.1718 เป็นราชบุตรของขุนมิ่งเมือง เมื่ออายุ 14 ปี ได้ไปศึกษากับฤษีที่ดอยด้วน เมื่ออายุ 16 ปี ได้ไปศึกษาที่เมืองละโว้รุ่นเดียวกับพ่อขุนรามคำแหง จึงเป็นพระสหายกัน พญางำเมืองครองเมืองพะเยา พ.ศ.1801 มีชายาชื่อนางอั้วเชียงแสน คำว่า เชียงแสนแสดงว่านางอั้วเป็นธิดาของเมืองเชียงแสน การสร้างสายสัมพันธ์โดยการสมรสระหว่างเมืองพะเยาและเมืองเงินยางดำเนินมาตลอด ดังนั้นกษัตริย์เมืองเงินยาง และเมืองพะเยาจึงเป็นพระสหายและญาติสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนจึงอ้างว่า พญางำเมืองกับพญามังรายเป็นพระสหายกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ การเป็นพระสหายกันของสามกษัตริย์ผู้นำรัฐไทย คือ พญามังราย พญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหง ทำให้ร่วมกันป้องกันภัยจากชาวมองโกล ด้วยการทำสัญญาสามกษัตริย์ใน พ.ศ. 1830 อย่างไรก็ตาม ก่อนทำสัญญา พ.ศ. 1830 พญามังรายมีเป้าหมายขยายอาณาเขตมาสู่เมืองพะเยาเพราะ พ.ศ.1819 พระองค์ยกทัพไปเมืองพะเยาแต่ไม่ได้รบกัน กลับมีการเจรจากัน เข้าใจว่าความเป็นพระสหาย และความเข้มแข็งของพญางำเมืองในขณะนั้น จึงเป็นอุปสรรคต่อการยึดครองเมืองพะเยา

จากความเป็นพระสหายกันดังกล่าว ทำให้ทิศทางการขยายอาณาเขตของพญางำเมืองต้องหันไปสู่ด้านตะวันออก โดยเข้าไปยึดครองเมืองปัว พร้อมกับส่งชายาและราชบุตรมาปกครองอยู่หลายปี แต่ในที่สุดเมืองปัวก็เป็นอิสระ ตำนานเมืองน่านได้บันทึกความยากลำบากของกษัตริย์เมืองปัวที่ถูกภัยสงครามจากเมืองพะเยาแสดงว่าในสมัยพญางำเมืองเมืองพะเยาก็เข้มแข็งอยู่ไม่น้อย

ต่อมาท้าวคำแดงได้ครองเมืองพะเยาสืบต่อจากพญางำเมือง ในสมัยนี้พะเยากับเชียงใหม่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ดังจะเห็นได้จาก ท้างคำแดงส่งกำลังมาช่วยพญาไชยสงครามปราบขุนเครือ ซึ่งยึดอำนาจจากท้าวแสนพูได้ หลังจากปราบกบฏได้เรียบร้อยแล้วท้าวคำแดงได้ขอนางแก้วพอตาธดาพญาไชยสงครามได้สมรสกับท้าวคำลือ

เมืองพะเยาได้ผนวกเข้ากับอาณาจักรล้านนา ในสมัยพญาคำฟู (พ.ศ.1877-1879) ท้างคำลือเป็นกษัตริย์เมืองพะเยาองค์สุดท้าย ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ได้อธิบายความสำเร็จจากการปล้นพะเยาครั้งนี้ว่า เพราะได้รับความร่วมมือจากน่าน การยึดครองเมืองพะเยาสำเร็จ มีผลดีต่ออาณาจักรล้านนา เพราะนอกจากเมืองเชียงรายจะปลอดภัยจากเมืองพะเยาแล้ว ยังเป็นฐานอำนาจให้ขยายไปสู่เมืองแพร่และเมืองน่านต่อไป

ในสมัยล้านนาพะเยามีความสำคัญไม่น้อย เพราะกษัตริย์มีก็ส่งเชื้อพระวงศ์ระดับสูงมาปกครอง เช่น ในสมัยพญาสามฝั่งแกน (พ.ศ.1845-1984) ได้ส่งอาว์ผู้ช่วยเหลือให้พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์มาปกครองเมืองพะเยา เพื่อเป็นการตอบแทนความชอบในครั้งนั้น และกำหนดให้ตำแหน่งเจ้าเมืองพะเยาเป็น “ เจ้าสี่หมื่น “ และสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ.1984-2030) ได้ให้ความชอบแก่พระยาบุษธิฐิระ อดีตเจ้าเมืองสองแควเก่าซึ่งเข้ามาสวามิภักดิ์ ด้วยการยกให้ครองเมืองพะเยา ผู้ครองเมืองพะเยาจึงเป็นนาย หรือขุนนางที่ใกล้ชิดกษัตริย์

เมื่อถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2386 สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทรงพระกรุณาโปรดฯ แต่งตั้งเมืองพะเยามีฐานะเป็นเมือง ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2448 ก็ถูกยุบเป็นอำเภอเมืองพะเยา โดยมีเจ้าอุปราชมหาชัย ศิติสาร รักษาการในตำแหน่งเจ้าเมือง และเป็นเจ้าเมืององค์สุดท้าย และ พ.ศ. 2457 อำเภอเมืองพะเยาถูกยุบเป็นอำเภอเมืองพะเยา อยู่ในอำนาจการปกครองของจังหวัดเชียงราย มีนายคลาย บุษบรรณ เป็นนายอำเภอคนแรก และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นรองอำมาตย์โทขุนสิทธิประศาสตร์ขนกระทั่ง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2520 ได้ยกฐานะเป็นจังหวัดพะเยาจนกระทั่งปัจจุบัน…

การเดินทางสู่จังหวัดพะเยา

การเดินทางสู่จังหวัดพะเยาในปัจจุบันสะดวกสบายมาก สามารถเลือกเดินทางได้หลายเส้นทาง จังหวัดพะเยาอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 735 กิโลเมตร เดินทางโดย
รถยนต์ เดินทางเป็นวงรอบได้ โดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง-พะเยา รวมระยะทางประมาณ 782 กิโลเมตร ตอนกลับใช้เส้นทางพะเยา-เชียงราย-แม่สรวย-เวียงป่าเป้า-ดอยสะเก็ด-เชียงใหม่-ลำปาง-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 966 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง
รถโดยสาร จากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศวันละหลายเที่ยวสอบถามได้ที่ โทร.0-2537-8055, 0-2936-2852 บริษัทขนส่งจำกัดพะยา โทร.0-5443-1363 สยามเฟิร์สทัวร์ โทร.0-2954-3601, 0-5443-1865 สมบัติทัวร์ โทร.0-2936-2495-9, 0-5424-6503
รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปลงที่ จ.ลำปาง หรือ จ.เชียงใหม่ แล้วต่อรถโดยสารไปพะเยา สอบถามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.0-2223-7010, 0-2223-7020
เครื่องบิน มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเชียงรายทุกวัน สอบถามได้ที่ 1566 จองตั๋ว 0-2280-0060, 0-2628-2000
ระยะทางจากจังหวัดพะเยาไปยังจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้
เชียงใหม่ 202 กิโลเมตร
เชียงราย 94 กิโลเมตร
ลำปาง 131 กิโลเมตร
น่าน 176 กิโลเมตร
แพร่ 141 กิโลเมตร

ปฏิทินการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา

ตารางการเดินรถจังหวัดพะเยา

จำหน่ายตั๋วเครื่องบินใน ปท/ตปท.


| หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ |
| แผนที่การท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา |
| แผนที่อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา |
| แผนที่จังหวัดพะเยา |

<<ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพะเยา>>

ประกาศผลการเปิดซองสอบราคา ในวันที่ 27 กันยายน 2549 ณ ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดพะเยา
**ผลการเปิดซองสอบราคาจัดซื้อครุภัณฑ์ห้องโสตทัศนูปกรณ์** ผู้ได้รับพิจารณาคือ หจก.พะเยา พี.ซี.เวิลด์ ในราคา 399,000.-บาท
**ผลการเปิดซองสอบราคาจัดซื้อวัสดุหนังสือ วารสาร ตำรา** ผู้ได้รับพิจารณาคือ ร้านบ้านครุภัณฑ์พะเยา ในราคา 284,000.- บาท
**ผลการเปิดซองสอบราคาจัดซื้อวัสดุการศึกษา** ผู้ได้รับพิจารณาคือ ร้านเจริญศักดิ์ ในราคา 160,300.- บาท
**ผลการเปิดซองสอบราคาจัดซื้อวัสดุสำนักงาน** ผู้ได้รับพิจารณาคือ ร้านพงษ์ศักดิ์เครื่องเขียน ในราคา 394,000.- บาท
**ผลการเปิดซองสอบราคาจัดซื้อวัสดุคอมพิวเตอร์** ผู้ได้รับพิจารณาคือ หจก.พะเยา พี.ซี.เวิลด์ ในราคา 220,000.- บาท
ประกาศ ณ วันที่ 27 กันยายน 2549

ประกาศเทศบาลเมืองพะเยา เรื่อง ประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จ้างเหมาก่อสร้างสุสานแม่ต๋ำ

** กำหนดยื่นเอกสารประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2549 ระหว่างเวลา 09.30 น. ถึงเวลา 16.30 น. ณ ห้องประชุม 2 สำนักงานเทศบาลเมืองพะเยา และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือกให้เข้าเสนอราคา
ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา 10.00 น.
สนใจติดต่อขอซื้อเอกสารประมูลจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ในราคาชุดละ 5,000 บาท ได้ที่งานพัสดุและทรัพย์สิน กองคลัง
ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม 2549 ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549
หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0-5448-4310 ในวันเวลาราชการ

ประกาศ ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2549

| หน้าแรก | ร้องทุกข์ิ | สมุดเยี่ยม | ข่าวประชาสัมพันธ| โพลล์แสดงความคิดเห็น |

เทศบาลเมืองพะเยา ตั้งอยู่ที่ 58 ถ.ท่ากว๊าน ซอย 1 ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา 56000 Tel: 054-431350 Fax:054-048070 Email tessabarn@yahoo.co.th

ผู้เข้าชมทั้งสิ้น : 10968ท่าน เริ่มนับ 1 ตค.2548