YOUR LOGO
home search frequently asked questions contact information
ผู้เข้าชมทั้งสิ้น : 1463ท่าน เริ่มนับ 7 พฤศจิกายน 2547

ครกหินเมืองพะเยา


ท่องเที่ยวพะเยา






สายสุพรรณ
...ครกหินแห่งเมืองพะเยาอันเก่าแก่...

เมืองพะเยา ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่ม มีความอุดมสมบูรณ์กว้างขวาง มีหุบเขาใหญ่น้อยมากมาย บริเวณเมืองพะเยา ปรากฎร่องรอยและหลักฐานแสดงว่ามีเครื่องมือเครื่องใช้ทำด้วยหินอยู่ทั่วไป ราวพุทธศตวรรษที่ 19 และ 21 มีพระพุทธรูปหินทรายสกุลช่างพะเยาอยู่ทั่วไปในพื้นที่ของจังหวัดพะเยา เป็นพระพุทธรูปที่มีความเก่าแก่ และสวยงามด้านคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ซึ่งถือได้ว่าเป็นมงคลคู่บ้านคู่เมืองพะเยา แต่สิ่งเหล่านี้ได้ล่มสลายไปพร้อมกับเมืองพะเยา ครั้งเมื่อพะเยาตกอยู่ใต้การปกครองของล้านนาและพม่าตามลำดับ

ย้อนอดีตไปเมื่อ ปี พ.ศ.2386 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้อพยพลูกหลานชาวเมืองพะเยาที่หนีจากการรุกรานของพม่าไปอยู่เมืองลำปางเมื่อ 56 ปีก่อนนั้น กลับมาอยู่เมืองพะเยาซึ่งมีฐานะเป็นเมืองขึ้นของลำปาง และก่อกำเนิดเป็นชุมชนตั้งอยู่บริเวณริมกว๊านพะเยาด้านทิศตะวันตก ซึ่ง ณ นี้ในปัจจุบันได้มีการสืบทอดอาชีพแกะสลักพระพุทธรูปหินทรายและการสกัดครกหินจากบรรพบุรุษที่กลับาจากลำปาง การฟื้นฟูศิลปะการแกะสลักพระพุทธรูปหินทรายแบบพะเยา จึงได้คืนชีพเป็นเอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมของชาวจังหวัดพะเยาสืบมากระทั่งทุกวันนี้

สล่าโป สมเครือ

สมัยก่อน ชาวบ้านทั่วไปในจังหวัดพะเยา นิยมครกไม้และครกดินเผาใช้ในการประกอบอาหาร แต่เนื่องจากครกไม้และครกดินเผานั้นตำน้ำพริกได้ละเอียดช้า จึงได้มีคนคิดริเริ่มนำหินมาแกะสลักทำครกเพื่อใช้โขลกทำน้ำพริก ซึ่งสามารถตำได้ละเอียดและรวดเร็วกว่า คนแรกที่ทำครกหินในหมู่บ้านนี้คือ สล่าจ๋อย สมเครือ พ่อของสล่าโป สมเครือ ช่างแกะสลักพระพุทธรูปหินทรายในปัจจุบัน (2542) สล่าจ๋อยได้นำหินซึ่งเป็นหินทรายมาจากห้วยแม่ตุ่น และห้วยแม่แฮ้ ซึ่งอยู่ติดเชิงดอยหลวง ห่างจากตัวหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร มาแกะสลักพระพุทธรูป แต่การประกอบอาชีพนี้เป็นการยากที่จะพัฒนาตนเองให้ทันต่อยุคสมัย และความต้องการของสังคม ดังนั้น อาชีพการแกะสลักพระพุทธรูปจึงเป็นอาชีพที่อยู่ในวงแคบและจำกัดด้วยฝีมือ ส่วนมากจึงหันมาสกัดครกหินเพื่อจำหน่ายเป็นสินค้าหลัก ซึ่งได้ผลประโยชน์ตอบแทนมากกว่า รูปทรงของครกของสล่าจ๋อยสมัยแรกไม่เหมือนปัจจุบัน ตัวครกจะมีฐานและมีหูจับคล้ายถ้วยรางวัล นอกจากนี้ในช่วงนั้น ได้มีชาวไทยใหญ่ชื่อส่างยี และส่างอุ่น เดินทางจากประเทศพม่าเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านนี้ และได้เป็นผู้ริเริ่มทำครกตำข้าว หรือ มอง ในภาษาล้านนา แต่มีความแตกต่างจากครกหิน กล่าวคือ ครกตำข้าวนี้ทำด้วยไม้ และมีขนาดใหญ่กว่าครกหินมาก

สำหรับสถานที่ที่มีการสกัดครกหินเป็นครั้งแรก ...และถ่ายทอดความรู้สึกต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้คือ บ้านงิ้ว ตำบลบ้านสาง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยมีสล่าจ๋อย สมเครือ (ได้ล่วงลับไปแล้ว) เป็นคนแรกที่ทำครกหิน โดยนำหินซึ่งเป็นหินทรายมาจากห้วยแม่ตุ่นและห้วยแม่แฮ้ ซึ่งอยู่ติดดอยหลวง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันหินทรายที่ห้วยแม่ตุ่นและห้วยแม่แฮ้ได้หมดไป ประกอบกับเนื้อหินทรายมีความเปราะบางเกินไป ชาวบ้านจึงไปเอาหินอัคนี หรือหินแกรนิตที่มีคุณภาพที่แข็งและดีกว่า จากตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา มาสกัดเป็นครกหินแทน และทำกันเฉพาะในบ้านงิ้วใต้ หมู่ที่ 6 และบ้านงิ้วเหนือ หมู่ที่ 7 เพียงสองหมู่บ้านเท่านั้น…

ผลิตภัณฑ์ครกหินพะเยา...ของท่านกำนันสงัด กิ่งแก้ว กำนันตำบลบ้านสาง ได้รับมาตรฐานการรับรองคุณภาพ มผช.จากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม " ครกหิน" มาตรฐานเลขที่ มผช.11/2546 (คลิกชม) และได้รับใบรับรองผ่านการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย (OTOP Product Champion) ปี 246 ระดับ 4 ดาว (คลิกชม)และในปี 2547 ได้ระดับ 5 ดาว

ติดต่อได้ที่ กำนันสงัด กิ่งแก้ว กำนันตำบลบ้านสาง เลขที่ 9/1 บ้านงิ้ว หมู่ที่ 6 ต.บ้านสาง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา 56000
โทรศัพท์..054-427461 และมือถือ(กำนัน) 09-838324 ,มือถือ(มยุรี) 09-9545497